บทที่ 1 เกิดใหม่ครั้งนี้ ฉันจะไม่เป็นเหยื่ออีก
"คุณภูริณัฐ... ฉันขอยาแก้ปวดเถอะนะ ได้โปรด... ฉันทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ "
ใบหน้าของอรัญญาซีดเผือดไร้สีเลือด เธอเงยหน้ามองชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์และเย็นชาที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้า แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและการวิงวอน
ร่างกายของเธอ… มาถึงขีดจำกัดแล้วจริง ๆ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะการทดลองยาให้สุภาพพรติดต่อกันนานเกินไป หรือเพราะยาตัวล่าสุดที่เพิ่งรับเข้าไปเกิดปฏิกิริยาต่อต้านกันแน่
ความเจ็บปวดครั้งนี้รุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ราวกับมีคมมีดนับไม่ถ้วนกำลังกรีดลึกลงไปถึงกระดูก
ภูริณัฐยกยิ้มที่มุมปากอย่างเชื่องช้า ทว่าแววตายังคงเย็นชาและโหดเหี้ยมไม่เปลี่ยน "อยากหายเจ็บงั้นเหรอ? เดี๋ยวผมช่วย"
ประกายความหวังจุดวาบขึ้นในดวงตาของอรัญญา
แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ภูริณัฐกลับกระชากเสื้อคลุมบางออกจากร่างเธออย่างแรง ก่อนผลักเธอลงบนเตียงกว้าง แล้วตามด้วยร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมาทันที
ดวงตาของอรัญญาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เธอพยายามดิ้นรนขัดขืนสุดแรง "คุณภูริณัฐ! ฉันเจ็บจริง ๆ นะ ฉันไม่อยากทำเรื่องแบบนั้น ปล่อยฉันไปเถอะ"
ชีวิตในแต่ละวันของเธอต้องหมดไปกับการทดลองยาจำนวนมหาศาล เพียงเพื่อค้นหาสูตรยาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสุภาพพร
การเป็นหนูทดลองมาอย่างยาวนาน ทำให้ร่างกายของเธอทรุดโทรมจนแทบพังทลาย
แต่ภูริณัฐไม่เคยมีความเมตตาสำหรับเขาแล้ว คำว่าทะนุถนอมไม่เคยมีอยู่เลย โดยเฉพาะยามอยู่บนเตียง
ทุกสัมผัส ทุกการกระทำ ล้วนเหมือนบทลงโทษที่มองไม่เห็น
อรัญญาอ่อนแรงจนแทบขยับตัวไม่ไหว แม้จะรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อผลักไส แต่สำหรับภูริณัฐแล้ว มันเบาหวิวราวกับแรงข่วนของลูกแมว
มือเล็กสั่นเทาวางต้านอยู่บนแผงอกของเขา ท่าทางนั้นกลับดูเหมือนการยั่วยวนมากกว่าการปฏิเสธ
ภูริณัฐรวบข้อมือที่ปัดป่ายไปมาของเธอไว้ได้อย่างง่ายดาย นัยน์ตาของเขาฉายแววเย็นยะเยือก
“เลิกเสแสร้งได้แล้ว ปากบอกว่าไม่ แต่ร่างกายเธอก็ตอบสนองทุกครั้งไม่ใช่หรือไง ตอนที่วางยาเพื่อบังคับให้ฉันแต่งงาน เธอก็อยากได้เรื่องแบบนี้อยู่แล้วนี่”
เขาเหลือบมองขวดยาบนโต๊ะหัวเตียงนั่นคือยาตัวใหม่ที่เพิ่งส่งมาวันนี้ และอรัญญาก็ได้กินมันเข้าไปแล้ว
“จำกฎที่ฉันเคยบอกได้ไหม? กินยาหนึ่งครั้ง ฉันก็ให้รางวัลเธอหนึ่งครั้ง”
ดวงตาของอรัญญาเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา ไม่รู้ว่าเพราะความเจ็บปวดทางร่างกาย… หรือความอัปยศในหัวใจกันแน่
เธอพยายามเปล่งเสียงอันสั่นเครือเพื่อแก้ต่างให้ตัวเอง "ฉันไม่ได้..."
คำแก้ตัวของเธอยังไม่ทันจบ ก็ถูกริมฝีปากของภูริณัฐบดขยี้กลืนหายไปอย่างเอาแต่ใจ
หยดน้ำตาที่คลอหน่วยอยู่ตรงหางตา ในที่สุดก็ร่วงหล่นลงมาอาบแก้ม
......
เมื่อพายุอารมณ์สงบลง อรัญญานอนหมดเรี่ยวแรงอยู่บนเตียงกว้าง รู้สึกราวกับว่าตนเองได้ตายไปแล้วครั้งหนึ่ง
บาดแผลทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดในหัวใจแม้เพียงเศษเสี้ยว
เธอทุ่มเทความรักทั้งหมดที่มีให้แก่ภูริณัฐ แต่ทำไมผลตอบแทนที่ได้รับกลับเป็นเช่นนี้ เธอไม่คู่ควรแม้แต่จะได้รับความเคารพจากเขาเลยเหรอ?
เสียงน้ำในห้องน้ำเงียบลง
ภูริณัฐเดินออกมาหลังจากชำระร่างกาย เขาดึงลิ้นชักหัวเตียงออก หยิบยาเม็ดสีขาวสองเม็ดออกมาแล้วยื่นไปตรงหน้าอรัญญา
"กินซะ"
ความขมขื่นถาโถมขึ้นมาในหัวใจของอรัญญา ริมฝีปากซีดสั่นระริก "วันนี้... ไม่กินได้ไหมคะ? ฉันสัญญาว่าจะไม่ท้อง แต่ตอนนี้ฉันปวดท้องมากจริง ๆ”
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะยาตัวใหม่ทำปฏิกิริยากับยาคุมกำเนิดหรือไม่
ทุกครั้งที่กลืนมันลงไป เธอจะรู้สึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังกว้านท้องน้อยของเธอจนแหลกละเอียด
มันทรมานเสียยิ่งกว่าตาย
สายตาของภูริณัฐเย็นชายิ่งกว่าเดิม ราวกับคมมีดที่พุ่งตรงเข้ามา
"หรือเธออยากจะตั้งท้องลูกของฉัน เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการหยุดทดลองยาให้สุภาพร?"
หากตั้งครรภ์ การทดลองทุกอย่างก็ต้องหยุดลง
อรัญญาจ้องยาเม็ดนั้นนิ่ง ก่อนฝืนพยุงตัวลุกขึ้น แล้วกลืนมันลงไปทั้งน้ำตา
เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการทดลองยา ทุกครั้งที่กินยาคุม ภูริณัฐจะเป็นคนเฝ้ามองเธอกินด้วยตัวเอง
และนั่น… กลับเป็นหนึ่งในไม่กี่ช่วงเวลาที่เขาดูอ่อนโยนกับเธอที่สุด
อรัญญาคิดว่าครั้งนี้ก็คงเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาแค่กัดฟันทน เดี๋ยวอาการก็คงดีขึ้น แต่เธอคิดผิด
เพียงไม่นาน ความเจ็บปวดรุนแรงก็พุ่งขึ้นมาจนแทบฉีกกระชากร่างเธอออกเป็นเสี่ยง ๆ เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป รีบวิ่งถลาเข้าไปในห้องน้ำ สิ่งที่อาเจียนออกมาไม่ใช่แค่น้ำย่อย แต่กลับเป็นลิ่มเลือดสีแดงสด
อรัญญาทรุดฮวบลงกับพื้น มือกุมท้องแน่น ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
กว่าเธอจะรวบรวมแรงพยุงตัวเดินออกจากห้องน้ำได้ เมื่อเงยหน้าขึ้นก็สบเข้ากับดวงตาที่แข็งกระด้างไร้ความรู้สึกของภูริณัฐ
จังหวะนั้นเอง แพทย์ประจำตระกูลก็ผลักประตูเข้ามาพร้อมเอ่ยอย่างนอบน้อม "คุณภูริณัฐครับ"
ภูริณัฐออกคำสั่งเสียงเรียบ "เจาะเลือดเธอ"
ร่างบอบบางของอรัญญาสั่นสะท้าน
นี่กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
ภูริณัฐไม่ต้องการให้สุภาพรเจ็บตัวจากการเจาะเลือดเพื่อไปตรวจวิเคราะห์ ดังนั้นคนที่ต้องรับทุกอย่างแทนจึงเป็นเธอ
เข็มเย็นเฉียบแทงผ่านผิวหนัง เลือดสีแดงสดถูกสูบออกไป ราวกับชีวิตของเธอกำลังไหลหายไปพร้อมกัน
การเสียเลือดมากทำให้ใบหน้าของเธอขาวซีดราวกับกระดาษ และนำมาซึ่งอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง
เธอกัดปลายลิ้นเพื่อเรียกสติ พยายามประคองตัวเองให้ตื่นตระหนกและมองไปที่ภูริณัฐ
"คุณภูริณัฐ..."
วันนี้เป็นวันเกิดของเธอ
และเมื่อเช้า เธอเพิ่งได้รับแจ้งจากแพทย์ว่า เธอจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงสามเดือน
หากยังฝืนทดลองยาต่อไป เวลาที่เหลืออาจสั้นลงกว่านั้นอีก
เธออยากจะถาม... ถามว่าภูริณัฐจะเห็นแก่ที่เธอกำลังจะตาย เห็นแก่เลือดทุกหยดที่เสียไป และยาพิษทุกเม็ดที่กลืนกินเพื่อเขา ช่วยอยู่เคียงข้างเธอในวาระสุดท้ายตลอดสามเดือนนี้ได้ไหม
ภูริณัฐหันมามองเธอเพียงหางตา "มีอะไร?"
"ฉันมีเรื่องจะ..."
ยังไม่ทันที่อรัญญาจะพูดจบ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของภูริณัฐก็ดังแทรกขึ้นมาอย่างเร่งรีบ
แม้เธอจะไม่เห็นชื่อบนหน้าจอ แต่เมื่อเห็นแววตาที่แข็งกร้าวของภูริณัฐแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงในทันที เธอก็เดาได้ไม่ยากว่าใครเป็นคนโทรมา
สุภาพร... มีเพียงผู้หญิงคนนั้นคนเดียวที่ทำให้ภูริณัฐผู้เย่อหยิ่งและเย็นชา ยอมเผยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดูออกมาได้
"ไม่สบายอีกแล้วเหรอครับ? เดี๋ยวพี่จะรีบไปหาเดี๋ยวนี้แหละ"
น้ำเสียงของภูริณัฐช่างนุ่มนวล แตกต่างราวฟ้ากับเหวเมื่อเทียบกับตอนที่พูดกับเธอ
หลังจากวางสาย ภูริณัฐก็เดินออกจากห้องไปอย่างไม่ลังเล โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองอรัญญาอีกเลย
อรัญญาก้มหน้าลง ซ่อนแววตาที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า
ไม่มีใครจำได้เลยว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเธอ
แม้แต่โอกาสจะพูดให้จบประโยค ภูริณัฐก็ยังไม่ยอมมอบให้
หลังถูกเจาะเลือด อรัญญาเผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย กว่าจะรู้สึกตัวอีกครั้งก็เป็นเช้าวันรุ่งขึ้น
โทรศัพท์มือถือของเธอดังไม่หยุด หน้าจอแสดงชื่อ 'คุณพ่อ'
แม้จะเป็นพ่อแท้ๆ แต่เพราะเธอเป็นลูกนอกสมรส เธอจึงไม่มีแม้แต่สิทธิ์ใช้นามสกุลของเขา
อรัญญากดรับสาย เสียงของอิทธิพัฒน์ดังลอดออกมา
"อรัญญา สุภาพรบอกว่าอยากให้แกมาร่วมงานวันเกิดของน้อง รีบมาเดี๋ยวนี้"
มือของอรัญญากำโทรศัพท์แน่นพวกเธอมีพ่อคนเดียวกันทั้งที่เกิดห่างกันเพียงวันเดียวแต่ชีวิตกลับต่างกันราวฟ้ากับเหว
แต่ทำไม... คนหนึ่งถูกประคบประหงมราวเจ้าหญิง ส่วนอีกคนเป็นเพียงเงาที่ไม่มีใครต้องการ
"ทราบแล้วค่ะ"
หลังจากวางสาย อรัญญาเลือกหยิบเสื้อสูทตัวหนาและมิดชิดมาสวมทับ เพื่อปกปิดร่างกายซูบผอม รวมถึงรอยเข็มและรอยฟกช้ำสีม่วงคล้ำที่กระจายอยู่ทั่วตัว
เมื่อเธอเดินทางมาถึงคฤหาสน์ตระกูลชูสงค์ งานเลี้ยงวันเกิดก็กำลังจะเริ่มขึ้นพอดี
สุภาพรสวมมงกุฎเจ้าหญิงระยิบระยับ ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเครือญาติและแขกมากมาย ราวกับเจ้าหญิงผู้สูงส่งชุดราตรีราคาแพงยิ่งขับให้เธอดูโดดเด่นจนไม่มีใครละสายตาได้
ภูริณัฐถือกล่องเครื่องประดับเดินเข้าไปหาสุภาพร พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ "สุขสันต์วันเกิดนะครับ สุภาพร"
สุภาพรตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ "สร้อยข้อมือรุ่นนี้ที่น้องอยากได้มาตลอดเลยนี่คะ พี่ภูริณัฐดีกับน้องที่สุดเลย"
ท่ามกลางแสงไฟและเสียงหัวเราะ อรัญญากลับยืนอยู่เพียงลำพังในมุมมืดที่ไม่มีใครสนใจ ไม่รู้ว่าเพราะเจ็บปวดเกินไป หรือเพราะต้องกลั้นน้ำตาเอาไว้ ดวงตาของเธอจึงร้อนผ่าวจนแทบลืมไม่ขึ้น
